อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ

อัตราส่วนทางการเงิน 2564 2563 2562
อัตราส่วนสภาพคล่อง
อัตราส่วนสภาพคล่อง (เท่า) 5.12 4.30 4.38
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว (เท่า) 3.94 3.00 2.65
อัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสด (เท่า) 0.55 0.87 1.15
อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า (เท่า) 11.56 13.19 29.36
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (วัน) 31 27 12
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ (เท่า) 1.28 1.25 1.68
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (วัน) 280 287 215
อัตราส่วนหมุนเวียนสินค้าสำเร็จรูป (เท่า) 1.77 1.66 2.15
ระยะเวลาขายสินค้าสำเร็จรูปเฉลี่ย (วัน) 204 217 168
อัตราส่วนหมุนเวียนเจ้าหนี้ (เท่า) 6.60 6.39 7.24
ระยะเวลาชำระหนี้ (วัน) 55 56 50
วงจรเงินสด (วัน) 257 258 177
อัตราส่วนแสดงความสามารถในการหากำไร
อัตรากำไรขั้นต้น % 42.47% 54.08% 60.44%
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน % (29.96%) (12.44%) 13.81%
อัตราส่วนเงินสดต่อการทำกำไร % (71.19%) (128.21%) 118.29%
อัตราส่วนกำไรสุทธิ % (19.61%) (13.33%) 11.51%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น % (9.96%) (10.90%) 19.12%
อัตราส่วนแสดงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ % (7.86%) (8.75%) 15.04%
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ถาวร % (38.44%) (34.28%) 112.75%
อัตราการหมุนของสินทรัพย์ (เท่า) 0.40 0.66 1.31
อัตราส่วนวิเคราะห์นโยบายการเงิน
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) 2.6 0.28 0.22
อัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย (เท่า) 12.53 18.29 -
อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพัน (เท่า) 0.39 0.48 0.56
อัตราการจ่ายเงินปันผล % - - 91.41%
อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น* (บาท) (0.03) (0.03) 0.08
2565
2564
2563
2562
2561
2564

ฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564

2.1 สภาพคล่องกระแสเงินสด

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 เท่ากับ 76.67 ล้านบาท และ 159.64 ล้านบาท ตามลำดับ กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุนปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไป 130.02 ล้านบาท และได้มา 95.48 ล้านบาท ตามลำดับ หลักๆลดลงเนื่องจากเงินลงทุนชั่วคราว, และมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรอันได้แก่การก่อสร้างอาคาร การซื้ออุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสำนักงาน และการลงทุนซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในการบริหารงาน สำหรับกระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงินในปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไปจำนวน 64.61 ล้านบาท และ 233.83 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า

2.2 อัตราส่วนสภาพคล่อง

ในปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 5.12 เท่าและ 4.30 เท่า ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากบริษัทมีการดำรงเงินสดจากการดำเนินงานไว้ค่อนข้างมาก เมื่อพิจารณาจากวงจรเงินสด จะเห็นได้ว่าวงจรเงินสดของบริษัทมีระยะเวลาเพิ่มขึ้น โดยในช่วง ปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีวงจรเงินสดเท่ากับ 257 วัน และ 258 วัน ตามลำดับ สาเหตุเนื่องมาจากการระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นและระยะเวลาการชำระหนี้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการบริหารวงจรเงินสดดังกล่าว จึงทำให้บริษัทไม่มีการพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน

2.3 ระยะการเก็บหนี้ และจ่ายชำระหนี้

บริษัทมีระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยเท่ากับ 31 วัน บริษัทมีการให้เครดิตทางการค้ากับลูกค้าโมเดิร์นเทรด, เจเนอรัลเทรด, ลูกหนี้ค้าส่งต่างประเทศและพนักงานบริษัท และการติดตามเก็บชำระหนี้ที่มีประสิทธิภาพรับชำระเงินได้ตรงตามเวลาโดยบริษัทยังคงรักษาระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยให้อยู่ในระดับ 31 วัน

3.1 หนี้สินรวมของบริษัท ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 200.49 ล้านบาท และ 234.35 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีหนี้สินหมุนเวียนที่สำคัญของบริษัทประกอบด้วย

  • เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนรวมเท่ากับ 38.90 ล้านบาท และ 28.72 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.99 และร้อยละ 2.65 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ โดยมีระยะเวลาชำระหนี้เท่ากับ 55 วัน และ 56 วัน ตามลำดับ เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นในปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีการซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมสินค้าสำหรับการจำหน่ายในไตรมาส 1 ปี 2565
  • เจ้าหนี้อื่น ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เจ้าหนี้กรมสรรพากร เจ้าหนี้ค่าทรัพย์สิน ฯลฯ ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนเท่ากับ 33.24 ล้านบาท และ 59.29 ล้านบาท ตามลำดับคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.41 และร้อยละ 5.48 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ

3.2 ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 773.61 ล้านบาท และ 847.90 ล้านบาท ตามลำดับ ปี 2564 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากปี 2563 เนื่องจากมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2564

ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564

  • ต้นทุนขายของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 มี จำนวนเท่ากับ 223.02 ล้านบาท และ 353.28 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 42.47 และร้อยละ 54.08 ตามลำดับ
  • อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 ต่ำกว่าปี 2563 เนื่องจากในปี 2564 มีการทำโปรโมชั่นที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย และเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นๆในกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางที่มีสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงทำ Promotion clearance sales ด้วย
  • เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 จึงเกิดการชะลอตัวของยอดขายทำให้สินค้าบางส่วนระบายออกช้าและหมดอายุ บริษัทต้องตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ (Stock Provision) เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าที่จะถูกส่งออกไปจำหน่าย ระยะเวลาสินค้าสำเร็จรูปเฉลี่ยที่ 116 วันในปี 2564 ซึ่งในปี 2563 อยู่ที่ 204 วัน ซึงลดลงจากปีก่อน

บริษัทมีกำไร(ขาดทุน)สุทธิสำหรับงวดในปี 2564  และปี 2563 เป็นจำนวน -80.77 ล้านบาท และ -104.88 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิร้อยละ -19.61 และร้อยละ -13.33 ตามลำดับ ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564 หลักๆ มาจากการที่กิจการปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างต่อเนื่อง และเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมีนัยยะ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง และจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายชะลอตัวรวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564

2563

ฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563

2.1 สภาพคล่องกระแสเงินสด

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 เท่ากับ 76.67 ล้านบาท และ 159.64 ล้านบาท ตามลำดับ กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุนปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไป 130.02 ล้านบาท และได้มา 95.48 ล้านบาท ตามลำดับ หลักๆลดลงเนื่องจากเงินลงทุนชั่วคราว, และมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรอันได้แก่การก่อสร้างอาคาร การซื้ออุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสำนักงาน และการลงทุนซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในการบริหารงาน สำหรับกระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงินในปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไปจำนวน 64.61 ล้านบาท และ 233.83 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า

2.2 อัตราส่วนสภาพคล่อง

ในปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 5.12 เท่าและ 4.30 เท่า ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากบริษัทมีการดำรงเงินสดจากการดำเนินงานไว้ค่อนข้างมาก เมื่อพิจารณาจากวงจรเงินสด จะเห็นได้ว่าวงจรเงินสดของบริษัทมีระยะเวลาเพิ่มขึ้น โดยในช่วง ปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีวงจรเงินสดเท่ากับ 257 วัน และ 258 วัน ตามลำดับ สาเหตุเนื่องมาจากการระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นและระยะเวลาการชำระหนี้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการบริหารวงจรเงินสดดังกล่าว จึงทำให้บริษัทไม่มีการพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน

2.3 ระยะการเก็บหนี้ และจ่ายชำระหนี้

บริษัทมีระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยเท่ากับ 31 วัน บริษัทมีการให้เครดิตทางการค้ากับลูกค้าโมเดิร์นเทรด, เจเนอรัลเทรด, ลูกหนี้ค้าส่งต่างประเทศและพนักงานบริษัท และการติดตามเก็บชำระหนี้ที่มีประสิทธิภาพรับชำระเงินได้ตรงตามเวลาโดยบริษัทยังคงรักษาระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยให้อยู่ในระดับ 31 วัน

3.1 หนี้สินรวมของบริษัท ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 200.49 ล้านบาท และ 234.35 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีหนี้สินหมุนเวียนที่สำคัญของบริษัทประกอบด้วย

  • เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนรวมเท่ากับ 38.90 ล้านบาท และ 28.72 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.99 และร้อยละ 2.65 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ โดยมีระยะเวลาชำระหนี้เท่ากับ 55 วัน และ 56 วัน ตามลำดับ เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นในปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีการซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมสินค้าสำหรับการจำหน่ายในไตรมาส 1 ปี 2565
  • เจ้าหนี้อื่น ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เจ้าหนี้กรมสรรพากร เจ้าหนี้ค่าทรัพย์สิน ฯลฯ ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนเท่ากับ 33.24 ล้านบาท และ 59.29 ล้านบาท ตามลำดับคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.41 และร้อยละ 5.48 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ

3.2 ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 773.61 ล้านบาท และ 847.90 ล้านบาท ตามลำดับ ปี 2564 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากปี 2563 เนื่องจากมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2564

ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563

  • ต้นทุนขายของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 มี จำนวนเท่ากับ 223.02 ล้านบาท และ 353.28 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 42.47 และร้อยละ 54.08 ตามลำดับ
  • อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 ต่ำกว่าปี 2563 เนื่องจากในปี 2564 มีการทำโปรโมชั่นที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย และเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นๆในกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางที่มีสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงทำ Promotion clearance sales ด้วย
  • เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 จึงเกิดการชะลอตัวของยอดขายทำให้สินค้าบางส่วนระบายออกช้าและหมดอายุ บริษัทต้องตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ (Stock Provision) เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าที่จะถูกส่งออกไปจำหน่าย ระยะเวลาสินค้าสำเร็จรูปเฉลี่ยที่ 116 วันในปี 2564 ซึ่งในปี 2563 อยู่ที่ 204 วัน ซึงลดลงจากปีก่อน

บริษัทมีกำไร(ขาดทุน)สุทธิสำหรับงวดในปี 2564  และปี 2563 เป็นจำนวน -80.77 ล้านบาท และ -104.88 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิร้อยละ -19.61 และร้อยละ -13.33 ตามลำดับ ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564 หลักๆ มาจากการที่กิจการปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างต่อเนื่อง และเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมีนัยยะ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง และจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายชะลอตัวรวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564

2562

ฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

2.1 สภาพคล่องกระแสเงินสด

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 เท่ากับ 76.67 ล้านบาท และ 159.64 ล้านบาท ตามลำดับ กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุนปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไป 130.02 ล้านบาท และได้มา 95.48 ล้านบาท ตามลำดับ หลักๆลดลงเนื่องจากเงินลงทุนชั่วคราว, และมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรอันได้แก่การก่อสร้างอาคาร การซื้ออุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสำนักงาน และการลงทุนซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในการบริหารงาน สำหรับกระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงินในปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไปจำนวน 64.61 ล้านบาท และ 233.83 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า

2.2 อัตราส่วนสภาพคล่อง

ในปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 5.12 เท่าและ 4.30 เท่า ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากบริษัทมีการดำรงเงินสดจากการดำเนินงานไว้ค่อนข้างมาก เมื่อพิจารณาจากวงจรเงินสด จะเห็นได้ว่าวงจรเงินสดของบริษัทมีระยะเวลาเพิ่มขึ้น โดยในช่วง ปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีวงจรเงินสดเท่ากับ 257 วัน และ 258 วัน ตามลำดับ สาเหตุเนื่องมาจากการระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นและระยะเวลาการชำระหนี้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการบริหารวงจรเงินสดดังกล่าว จึงทำให้บริษัทไม่มีการพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน

2.3 ระยะการเก็บหนี้ และจ่ายชำระหนี้

บริษัทมีระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยเท่ากับ 31 วัน บริษัทมีการให้เครดิตทางการค้ากับลูกค้าโมเดิร์นเทรด, เจเนอรัลเทรด, ลูกหนี้ค้าส่งต่างประเทศและพนักงานบริษัท และการติดตามเก็บชำระหนี้ที่มีประสิทธิภาพรับชำระเงินได้ตรงตามเวลาโดยบริษัทยังคงรักษาระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยให้อยู่ในระดับ 31 วัน

3.1 หนี้สินรวมของบริษัท ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 200.49 ล้านบาท และ 234.35 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีหนี้สินหมุนเวียนที่สำคัญของบริษัทประกอบด้วย

  • เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนรวมเท่ากับ 38.90 ล้านบาท และ 28.72 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.99 และร้อยละ 2.65 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ โดยมีระยะเวลาชำระหนี้เท่ากับ 55 วัน และ 56 วัน ตามลำดับ เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นในปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีการซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมสินค้าสำหรับการจำหน่ายในไตรมาส 1 ปี 2565
  • เจ้าหนี้อื่น ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เจ้าหนี้กรมสรรพากร เจ้าหนี้ค่าทรัพย์สิน ฯลฯ ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนเท่ากับ 33.24 ล้านบาท และ 59.29 ล้านบาท ตามลำดับคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.41 และร้อยละ 5.48 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ

3.2 ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 773.61 ล้านบาท และ 847.90 ล้านบาท ตามลำดับ ปี 2564 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากปี 2563 เนื่องจากมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2564

ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2562

  • ต้นทุนขายของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 มี จำนวนเท่ากับ 223.02 ล้านบาท และ 353.28 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 42.47 และร้อยละ 54.08 ตามลำดับ
  • อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 ต่ำกว่าปี 2563 เนื่องจากในปี 2564 มีการทำโปรโมชั่นที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย และเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นๆในกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางที่มีสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงทำ Promotion clearance sales ด้วย
  • เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 จึงเกิดการชะลอตัวของยอดขายทำให้สินค้าบางส่วนระบายออกช้าและหมดอายุ บริษัทต้องตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ (Stock Provision) เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าที่จะถูกส่งออกไปจำหน่าย ระยะเวลาสินค้าสำเร็จรูปเฉลี่ยที่ 116 วันในปี 2564 ซึ่งในปี 2563 อยู่ที่ 204 วัน ซึงลดลงจากปีก่อน

บริษัทมีกำไร(ขาดทุน)สุทธิสำหรับงวดในปี 2564  และปี 2563 เป็นจำนวน -80.77 ล้านบาท และ -104.88 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิร้อยละ -19.61 และร้อยละ -13.33 ตามลำดับ ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564 หลักๆ มาจากการที่กิจการปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างต่อเนื่อง และเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมีนัยยะ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง และจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายชะลอตัวรวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564

2561

ฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561

2.1 สภาพคล่องกระแสเงินสด

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 เท่ากับ 76.67 ล้านบาท และ 159.64 ล้านบาท ตามลำดับ กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุนปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไป 130.02 ล้านบาท และได้มา 95.48 ล้านบาท ตามลำดับ หลักๆลดลงเนื่องจากเงินลงทุนชั่วคราว, และมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรอันได้แก่การก่อสร้างอาคาร การซื้ออุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสำนักงาน และการลงทุนซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในการบริหารงาน สำหรับกระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงินในปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไปจำนวน 64.61 ล้านบาท และ 233.83 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า

2.2 อัตราส่วนสภาพคล่อง

ในปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 5.12 เท่าและ 4.30 เท่า ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากบริษัทมีการดำรงเงินสดจากการดำเนินงานไว้ค่อนข้างมาก เมื่อพิจารณาจากวงจรเงินสด จะเห็นได้ว่าวงจรเงินสดของบริษัทมีระยะเวลาเพิ่มขึ้น โดยในช่วง ปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีวงจรเงินสดเท่ากับ 257 วัน และ 258 วัน ตามลำดับ สาเหตุเนื่องมาจากการระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นและระยะเวลาการชำระหนี้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการบริหารวงจรเงินสดดังกล่าว จึงทำให้บริษัทไม่มีการพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน

2.3 ระยะการเก็บหนี้ และจ่ายชำระหนี้

บริษัทมีระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยเท่ากับ 31 วัน บริษัทมีการให้เครดิตทางการค้ากับลูกค้าโมเดิร์นเทรด, เจเนอรัลเทรด, ลูกหนี้ค้าส่งต่างประเทศและพนักงานบริษัท และการติดตามเก็บชำระหนี้ที่มีประสิทธิภาพรับชำระเงินได้ตรงตามเวลาโดยบริษัทยังคงรักษาระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยให้อยู่ในระดับ 31 วัน

3.1 หนี้สินรวมของบริษัท ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 200.49 ล้านบาท และ 234.35 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีหนี้สินหมุนเวียนที่สำคัญของบริษัทประกอบด้วย

  • เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนรวมเท่ากับ 38.90 ล้านบาท และ 28.72 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.99 และร้อยละ 2.65 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ โดยมีระยะเวลาชำระหนี้เท่ากับ 55 วัน และ 56 วัน ตามลำดับ เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นในปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีการซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมสินค้าสำหรับการจำหน่ายในไตรมาส 1 ปี 2565
  • เจ้าหนี้อื่น ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เจ้าหนี้กรมสรรพากร เจ้าหนี้ค่าทรัพย์สิน ฯลฯ ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนเท่ากับ 33.24 ล้านบาท และ 59.29 ล้านบาท ตามลำดับคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.41 และร้อยละ 5.48 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ

3.2 ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 773.61 ล้านบาท และ 847.90 ล้านบาท ตามลำดับ ปี 2564 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากปี 2563 เนื่องจากมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2564

ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561

  • ต้นทุนขายของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 มี จำนวนเท่ากับ 223.02 ล้านบาท และ 353.28 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 42.47 และร้อยละ 54.08 ตามลำดับ
  • อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 ต่ำกว่าปี 2563 เนื่องจากในปี 2564 มีการทำโปรโมชั่นที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย และเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นๆในกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางที่มีสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงทำ Promotion clearance sales ด้วย
  • เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 จึงเกิดการชะลอตัวของยอดขายทำให้สินค้าบางส่วนระบายออกช้าและหมดอายุ บริษัทต้องตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ (Stock Provision) เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าที่จะถูกส่งออกไปจำหน่าย ระยะเวลาสินค้าสำเร็จรูปเฉลี่ยที่ 116 วันในปี 2564 ซึ่งในปี 2563 อยู่ที่ 204 วัน ซึงลดลงจากปีก่อน

บริษัทมีกำไร(ขาดทุน)สุทธิสำหรับงวดในปี 2564  และปี 2563 เป็นจำนวน -80.77 ล้านบาท และ -104.88 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิร้อยละ -19.61 และร้อยละ -13.33 ตามลำดับ ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564 หลักๆ มาจากการที่กิจการปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างต่อเนื่อง และเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมีนัยยะ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง และจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายชะลอตัวรวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564

2560

ฐานะการเงินของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560

2.1 สภาพคล่องกระแสเงินสด

กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 เท่ากับ 76.67 ล้านบาท และ 159.64 ล้านบาท ตามลำดับ กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุนปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไป 130.02 ล้านบาท และได้มา 95.48 ล้านบาท ตามลำดับ หลักๆลดลงเนื่องจากเงินลงทุนชั่วคราว, และมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรอันได้แก่การก่อสร้างอาคาร การซื้ออุปกรณ์และเครื่องตกแต่งสำนักงาน และการลงทุนซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับใช้ในการบริหารงาน สำหรับกระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงินในปี 2564 และปี 2563 มียอดใช้ไปจำนวน 64.61 ล้านบาท และ 233.83 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งเป็นการจ่ายชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า

2.2 อัตราส่วนสภาพคล่อง

ในปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ 5.12 เท่าและ 4.30 เท่า ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากบริษัทมีการดำรงเงินสดจากการดำเนินงานไว้ค่อนข้างมาก เมื่อพิจารณาจากวงจรเงินสด จะเห็นได้ว่าวงจรเงินสดของบริษัทมีระยะเวลาเพิ่มขึ้น โดยในช่วง ปี 2564 และปี 2563 บริษัทมีวงจรเงินสดเท่ากับ 257 วัน และ 258 วัน ตามลำดับ สาเหตุเนื่องมาจากการระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นและระยะเวลาการชำระหนี้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงมีสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับการบริหารวงจรเงินสดดังกล่าว จึงทำให้บริษัทไม่มีการพึ่งพาเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน

2.3 ระยะการเก็บหนี้ และจ่ายชำระหนี้

บริษัทมีระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยเท่ากับ 31 วัน บริษัทมีการให้เครดิตทางการค้ากับลูกค้าโมเดิร์นเทรด, เจเนอรัลเทรด, ลูกหนี้ค้าส่งต่างประเทศและพนักงานบริษัท และการติดตามเก็บชำระหนี้ที่มีประสิทธิภาพรับชำระเงินได้ตรงตามเวลาโดยบริษัทยังคงรักษาระยะเวลาในการเก็บหนี้เฉลี่ยให้อยู่ในระดับ 31 วัน

3.1 หนี้สินรวมของบริษัท ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 200.49 ล้านบาท และ 234.35 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมีหนี้สินหมุนเวียนที่สำคัญของบริษัทประกอบด้วย

  • เจ้าหนี้การค้า ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนรวมเท่ากับ 38.90 ล้านบาท และ 28.72 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.99 และร้อยละ 2.65 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ โดยมีระยะเวลาชำระหนี้เท่ากับ 55 วัน และ 56 วัน ตามลำดับ เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นในปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีการซื้อสินค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมสินค้าสำหรับการจำหน่ายในไตรมาส 1 ปี 2565
  • เจ้าหนี้อื่น ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เจ้าหนี้กรมสรรพากร เจ้าหนี้ค่าทรัพย์สิน ฯลฯ ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวนเท่ากับ 33.24 ล้านบาท และ 59.29 ล้านบาท ตามลำดับคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 3.41 และร้อยละ 5.48 ของสินทรัพย์รวม ตามลำดับ

3.2 ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2564 และสิ้นปี 2563 มีจำนวน 773.61 ล้านบาท และ 847.90 ล้านบาท ตามลำดับ ปี 2564 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจากปี 2563 เนื่องจากมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2564

ผลการดำเนินงานสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560

  • ต้นทุนขายของบริษัทในปี 2564 และปี 2563 มี จำนวนเท่ากับ 223.02 ล้านบาท และ 353.28 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นร้อยละ 42.47 และร้อยละ 54.08 ตามลำดับ
  • อัตรากำไรขั้นต้นในปี 2564 ต่ำกว่าปี 2563 เนื่องจากในปี 2564 มีการทำโปรโมชั่นที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย และเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งรายอื่นๆในกลุ่มธุรกิจเครื่องสำอางที่มีสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง รวมถึงทำ Promotion clearance sales ด้วย
  • เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 จึงเกิดการชะลอตัวของยอดขายทำให้สินค้าบางส่วนระบายออกช้าและหมดอายุ บริษัทต้องตั้งค่าเผื่อสินค้าเสื่อมสภาพ (Stock Provision) เพื่อรักษาคุณภาพของสินค้าที่จะถูกส่งออกไปจำหน่าย ระยะเวลาสินค้าสำเร็จรูปเฉลี่ยที่ 116 วันในปี 2564 ซึ่งในปี 2563 อยู่ที่ 204 วัน ซึงลดลงจากปีก่อน

บริษัทมีกำไร(ขาดทุน)สุทธิสำหรับงวดในปี 2564  และปี 2563 เป็นจำนวน -80.77 ล้านบาท และ -104.88 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นอัตรากำไร(ขาดทุน)สุทธิร้อยละ -19.61 และร้อยละ -13.33 ตามลำดับ ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564 หลักๆ มาจากการที่กิจการปรับโครงสร้างธุรกิจ ลดต้นทุน ควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างต่อเนื่อง และเป็นผลกระทบต่อเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อยอดขายทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างมีนัยยะ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลง และจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายชะลอตัวรวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ส่งผลให้ผลประกอบการของบริษัทมีการเติบโตที่ลดลงในปี 2564